การเลือกใช้วัสดุเพื่อช่วยในการประหยัดพลังงานและสิ่งแวดล้อม

หลังจากที่ทุกคนเริ่มรับรู้ถึงปัญหาจากภาวะโลกร้อน จึงจำเป็นที่ต้องหันมาใช้วัสดุเพื่อช่วยในการประหยัดพลังงาน การใช้วัสดุประเภทนี้ก็เพื่อที่จะช่วยให้คุณลดค่าใช้จ่ายในการใช้พลังงานของบ้านคุณในแต่ละเดือนให้ลดลงมากว่าที่เคยเป็น และรู้จักใช้ประโยชน์จากวัสดุประหยัดงาน เพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างสูงที่สุด ปัจจุบันมีวัสดุก่อสร้างที่ช่วยประหยัดพลังงาน ออกมาหลากหลายรูปแบบ ให้ได้เลือกใช้ตามลักษณะงานแต่ละประเภท โดยการเลือกใช้วัสดุนั้น คุณจะต้องคำนึงถึงความสามารถในการช่วยลดความร้อนหรือประหยัดพลังงาน มากกว่าคำนึงถึงความสวยงามเพียงอย่างเดียว ความสวยงามมันก็ดีทำให้บ้านดูสวยงาม แต่ประโยชน์การใช้สอยต้องดูว่าเหมาะสมกับบ้านคุณหรือไม่ วัสดุผนัง จำพวกผนังกันความร้อนเช่น ผนัง Steelcon ที่มีการออกแบบให้มีฉนวนตรงกลางระหว่างชั้นคอนกรีตเสริมเหล็กภายนอก 2 ชั้น มีประสิทธิภาพดีกว่าผนังอิฐมอญ 10 เท่า ดีกว่าอิฐมวลเบา 3 เท่า และยังแข็งแรงกว่า 2-3 เท่า เพราะเป็นผนังชนิดเดียวที่เสริมเหล็ก

แต่เนื่องจากระบบผนัง Steelcon มีราคาแพงและมีข้อยุ่งยากในการติดตั้ง หากมีข้อจำกัดในด้านงบประมาณ คุณอาจพิจารณาเลือกใช้อิฐมวลเบา หรือการก่อกำแพงอิฐมอญ 2 ชั้น ซึ่งราคาประหยัดกว่า ไม่ควรใช้ผนังอิฐมอญชั้นเดียว เพราะอิฐมอญมีคุณสมบัติเป็นตัวนำความร้อน จะทำให้บ้านร้อน การกำแพงอิฐมอญ 2 ชั้นจะเย็นกว่าการใช้อิฐมวลเบา วัสดุหลังคา ซึ่งปัจจุบัน มีเทคโนโลยีออกมาใหม่ หลากหลายรูปแบบ ทั้งรูปแบบที่ช่วยกระจายความร้อน แต่ที่กำลังมาแรงก็คือหลังคาที่ทำมาจากยางพารา โดยนำมาผสมกับผงขี้เลื้อย ไม้ยางพาราซึ่งเป็นวัสดุเหลือทิ้งที่มีราคาถูก เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ยางพาราที่แข็งและคงรูปเป็นหลังคาได้ และมีราคาที่ไม่แพง นอกจากนี้หลังตาที่ทำจากยางพารา ยังสามารถเป็นทั้งหลังคาและฉนวนกันความร้อนในเวลาเดียวกัน ซึ่งจะเพิ่มความสะดวกในการติดตั้ง และน้ำหนักของหลังคาที่จะเบากว่าหลังคาทั่วไป ระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์แบบอิสระสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้โหลดได้ทั้งกลางวันและกลางคืน อุปกรณ์ระบบที่สำคัญประกอบด้วยแผงเซลล์แสงอาทิตย์ อุปกรณ์ควบคุมการประจุแบตเตอรี่ แบตเตอรี่ และอุปกรณ์เปลี่ยนระบบไฟฟ้ากระแสตรงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับชนิด Stand alone เป็น

วิกฤติการณ์ด้านพลังงานทำให้เกิดธุรกิจบ้านพลังงานมากมาย

วิกฤติการณ์ด้านพลังงานได้ก่อตัว และทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากการขาดแคลนแหล่งพลังงาน และผลกระทบของการใช้พลังงาน ที่มีต่อสภาวะสิ่งแวดล้อม ทุกภาคส่วนจึงต้องตระหนักถึงวิกฤตการณ์นี้ และพยายามคิดค้นเพื่อหาทางออก หนทางหนึ่งในการแก้ไขวิกฤตการณ์ดังกล่าวคือ การใช้พลังงานทดแทนพลังงานทดแทน โดยทั่วไปหมายถึงพลังงานที่มีอยู่ทั่วไปตามธรรมชาติและสามารถมีทดแทนได้อย่างไม่จำกัด (เมื่อเทียบกับพลังงานหลักในปัจจุบัน เช่น น้ำมันหรือถ่านหินซึ่งมีเฉพาะที่ และรวมถึงต้นทุนที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ในการสำรวจและขุดเจาะแหล่งน้ำมันใหม่ๆ) ตัวอย่าง พลังงานทดแทนที่สำคัญเช่นแสงอาทิตย์ ลม คลื่นทะเล กระแสน้ำ ความร้อนจากใต้ผิวโลก พลังงานจากกระบวกการชีวภาพ เช่นบ่อก๊าซชีวภาพ

เนื่องจากแต่ละท้องถิ่นมีโครงสร้างพื้นฐาน สภาพแวดล้อมและวัตถุดิบที่จะนำมาแปลงสภาพเป็นพลังงานเพื่อใช้งานในท้องถิ่นที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นแต่ละท้องถิ่น หรืออาจจะเริ่มต้นที่ครัวเรือน จะต้องพิจารณาว่ามีอะไรบ้างที่มีศักยภาพ เพียงพอที่จะนำมาผลิตเป็นพลังงานเพื่อใช้ในครัวเรือน หรือท้องถิ่นของตนเองได้บ้าง อาทิเช่น เชื้อเพลิงชีวมวล ซึ่งเป็นวัสดุหรือสารอินทรีย์ที่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นพลังงานได้ ชีวมวลนับรวมถึงวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร เศษไม้ ปลายไม้จากอุตสาหกรรมไม้ มูลสัตว์ ของเสียจากโรงงานแปรรูปทางการเกษตร และของเสียจากชุมชน หรือกากจากกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมการเกษตร เช่น แกลบ ชานอ้อย เศษไม้ กากปาล์ม กากมันสำปะหลัง ซังข้าวโพด กาบและกะลามะพร้าว และส่าเหล้า  เชื้อเพลิงชีวภาพ เชื้อเพลิงที่ได้จากชีวมวล เป็นพลังงานที่ได้จากพืชและสัตว์โดยมีพื้นฐานจากการสังเคราะห์แสงแล้วเก็บรวบรวมพลังงานจากดวงอาทิตย์เอาไว้ในรูปของพลังงานเคมี หรือองค์ประกอบของสิ่งมีชีวิตหรือสารอินทรีย์ต่างๆ รวมทั้งการผลิตจากการเกษตรและป่าไม้ เช่น ไม้ฟืน แกลบ กากอ้อย วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอื่นๆ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ (น้ำตก น้ำขึ้นน้ำลง คลื่น ลำธาร ลำห้วย) ตลอดจน พลังงานลม พลังงานความร้อนใต้พิภพ เป็นต้น เมื่อครัวเรือน หรือท้องถิ่นทราบศักยภาพว่าตนเองมีความพร้อมที่จะผลิตพลังงานจากแหล่งใดมากที่สุดแล้ว ก็สามารถพิจารณาดำเนินการได้ โดยอาจเริ่มจากการไปศึกษาดูงาน หรือขอคำแนะนำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น จากครัวเรือน หรือท้องถิ่นที่ประสบความสำเร็จในการผลิตพลังงานขึ้นใช้เอง หรือจากหน่วยงานราชการ  รวมถึงสถาบันการศึกษาต่างๆ ซึ่งจะทำให้ได้แนวทางในการพัฒนาพลังงานท้องถิ่นขึ้นใช้เองอย่างเหมาะสมและมีโอกาสประสบความสำเร็จสูง

การสร้างบ้านประหยัดพลังงานและการใช้งานร่วมกับเทคโนโลยี SOLAR CELL

เนื่องจากอากาศร้อนขึ้นทุกวันในปัจจุบัน ฤดูกาลเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อีกทั้งยังมีการเกิดอุทกภัยต่างๆ ซึ่งสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะการใช้พลังงานในอาคารสูงขึ้น คอนโดต่างๆ และบ้านเรือนที่ต้องใช้พลังงานส่วนใหญ่กับเครื่องปรับอากาศ เครื่องทำความเย็น ทำให้อนาคตยิ่งขาดแคลน พลังงานมากขึ้น

ดั้งนั้นจำเป็นต้องหันมาช่วยกันอนุรักษ์พลังงาน ในอาคาร หรือสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะบ้านซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตควรนำหลักการประหยัดพลังงานมาใช้ร่วมกับเซลล์แสงอาทิตย์ เพราะนอกเหนือไปจากการประหยัดพลังงานแล้วยังสามารถใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ได้อีกด้วย ซึ่งเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการสร้างบ้านประหยัดพลังงานได้แก่
1. หลังคา Shingles Roof ที่แตกต่างจากหลังคาทั่วไปคือป้องกันความร้อนจากแสงอาทิตย์มีน้ำหนักเบากว่าหลังคาโดยทั่วไป คงทน และมีความสวยงามเข้ากับธรรมชาติได้อย่างดี
2.กระจก Heat Stop เป็นกระจกฉนวนภายในช่องว่างระหว่างกระจกเคลือบด้วยสารที่มีสภาพการแผ่รังสีต่ำทำหน้าที่ป้องกัน ความร้อนความชื้นจากอากาศภายนอกเข้าตัวบ้าน
3.ผนัง EIFS เป็นระบบเคลือบกันความร้อน และความชื้นด้านภายนอกอาคารโดยตรง
ซึ่งบ้านที่มีแนวความคิดในการออกแบบอย่างนี้จะมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้ระบบธรรมชาติผสมผสานกับการใช้ระบบการประหยัดพลังงานเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยมีคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งจะเป็นรูปแบบของบ้านพักอยู่อาศัยที่เหมาะสมกับการอยู่อาศัยในเขตเมือง และบริเวณโดยรอบบ้านมีพื้นที่พอเพียงที่จะสร้างสภาพแวดล้อมธรรมชาติที่ดี ในการออกแบบบ้านประหยัดพลังงานที่ดี จึงจำเป็นต้องอาศัยแนวความคิดตามหลักธรรมชาติมาใช้ร่วมกันในการสร้างและรักษาสภาวะภายในบ้านให้น่าอยู่และสบายได้โดยใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบัน
ฉะนั้นการให้ความสำคัญกับเรื่องการประหยัดพลังงานและการใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยังสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดีแล้วยังสร้างความสบายให้กับผู้อยู่อาศัย ซึ่งบ้านในรูปแบบอนุรักษ์พลังงงานตามแนวคิดธรรมชาติ จะช่วยให้บ้านเย็นลง ทำให้ลดการใช้พลังงานของเครื่องทำความเย็น แอร์ พัดลม อย่างมาก ซึ่งการติดตั้งSOLAR CELL เพื่อผลิตพลังงาน มาใช้ในบ้าน หรืออาคารจะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายลงอีกด้วย และอาจจะไม่ต้องพึ่งพาระบบพลังงานไฟฟ้าจากสายไฟดังนั้นการนำSOLAR CELLมาใช้ถือได้ว่าเป็นแนวคิดใหม่ของการอนุรักษ์พลังงานที่ยั่งยืนได้ในอนาคต

แนวทางการสร้างบ้านประหยัดพลังงานแบบสบายกระเป๋า

โลกของเราควรให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงานกันมากขึ้น จะเห็นได้จากการรณรงค์ในเรื่องการประหยัดพลังงานตามแหล่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การโฆษณาตามโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ หรือทางอินเตอร์เน็ต รวมถึงการช่วยกันทดแทนพลังงานที่สูญเสียไป

บ้านประหยัดพลังงานเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในยุคสมัยใหม่ ผู้คนต่างให้ความสนใจ และในปัจจุบันก็มีการสร้างบ้านประหยัดพลังงานแบบนี้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในต่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับบ้านลักษณะนี้ ถึงแม้ว่าประเทศไทยยังไม่นิยมทำบ้านในลักษณะนี้ แต่ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งซึ่งคนที่กำลังจะมีบ้านเป็นของตนเองควรพิจารณาเพื่อไว้เป็นแนวทางประหยัดพลังงานไปในตัว วิธีที่เราสามารถสร้างบ้านตามหลักพลังงาน มีดังนี้

1.การวางทิศบ้านให้ถูกทาง การวางทิศทางของบ้านนั้นเป็นสิ่งสำคัญในการประหยัดพลังงาน โดยการสร้างบ้านที่ดีควรหันทิศหน้าบ้านไปทางทิศเหนือหรือทิศใต้ เพื่อหลบแสงแดด ก็จะช่วยลดการเปิดเครื่องปรับอากาศ ช่วยในการประหยัดไปได้เยอะ
2.การจัดวางประตูบ้าน เพื่อให้อากาศถ่ายเท ควรทำประตูบ้านไว้ที่ทิศเหนือหรือใต้ จะทำให้อากาศผ่านเข้ามายังตัวบ้านได้ดี ช่วยนำความร้อนออกจากบ้าน ช่วยให้บ้านเย็น ลดการเปิดเครื่องปรับอากาศได้อีกทางหนึ่ง
3.ติดตั้งฉนวนกันความร้อนที่ช่วยให้บ้านเย็นสบาย โดยติดไว้ที่เพดานหรือใต้หลังคา เพื่อช่วยดูดซับความร้อนที่เข้ามาภายในบ้าน ควรติดบริเวณที่โดนความร้อนบ่อยๆ เช่น ทิศตะวันออกและทิศตะวันตก
4.สร้างน้ำไว้รอบบ้าน โดยการสร้างรางน้ำไว้รอบหลังคา และสร้างระบบสูบน้ำ เวลาที่อากาศร้อนให้น้ำไหลรอบตัวบ้าน ซึ่งช่วยให้บ้านเย็นสบาย และยังดูสวยงามอีกด้วย
5.ยกใต้ถุนบ้านให้สูงขึ้น บ้านในสมัยก่อนนิยมสร้างบ้านให้สูงโดยการยกใต้ถุนบ้าน ที่ช่วยป้องกันน้ำท่วม และเป็นลานกิจกรรมยามว่าง นอกจากนี้ใต้ถุนบ้านยังช่วยให้บ้านเย็น เพราะจะทำให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก ทำให้ลมพัดเข้าตัวบ้านได้ง่ายขึ้น
6.ปลูกต้นไม้บริเวณบ้าน ช่วยทำให้บ้านมีความร่มเงา ช่วยบังแสงแดด ทำให้คนในบ้านรู้สึกสดชื่น สามารถช่วยลดการสะท้อนของแสงที่อาจสะท้อนไปยังตัวบ้าน ทำให้บ้านร้อนและเปลืองพลังงานตามไปด้วย

บ้านประหยัดพลังงานมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ทำให้ไม่เป็นที่นิยมเท่าไรนัก ทำให้ธุรกิจประเภทนี้ไม่เติบโตนัก แนวทางที่แนะนำข้างต้นจึงน่าสนใจสำหรับผู้ที่มีงบจำกัดและอยากมีบ้านประหยัดพลังงานเป็นของตนเอง

การใช้พลังงานแสงอาทิตย์มาผลิตพลังงานสูงสุดให้กับธุรกิจอาคารบ้านเรือน

8

พลังงานแสงอาทิตย์ถูกใช้งานอย่างมากแล้วในหลายส่วนของโลก และมีศักยภาพในการผลิตพลังงานมากกว่าการบริโภคพลังงานของโลกในปัจจุบันหลายเท่าหากใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม พลังงานแสงอาทิตย์สามารถใช้โดยตรงเพื่อผลิตไฟฟ้าหรือสำหรับทำความร้อน หรือแม้แต่ทำความเย็น ศักยภาพในอนาคตของพลังงานแสงอาทิตย์นั้นถูกจำกัดโดยแค่เพียงความเต็มใจของเราที่จะคว้าโอกาสนั้นไว้ มีวิธีการมากมายที่สามารถนำพลังงานจากแสงอาทิตย์มาใช้งานได้ พืชเปลี่ยนแสงอาทิตย์เป็นพลังงานทางเคมีโดยใช้การสังเคราะห์แสง เราใช้ประโยชน์จากพลังงานนี้โดยการกินพืชและเผาฟืน อย่างไรก็ตามคำว่า “พลังงานแสงอาทิตย์” หมายถึงการเปลี่ยนแสงอาทิตย์โดยตรงมากกว่าเปลี่ยนไปเป็นพลังงานความร้อนหรือพลังงานไฟฟ้าสำหรับใช้งาน ประเภทพื้นฐานของพลังงานแสงอาทิตย์ คือ “พลังความร้อนแสงอาทิตย์” และ “เซลล์แสงอาทิตย์”

กระบวนการของเซลล์แสงอาทิตย์คือการผลิตไฟฟ้าจากแสง ความลับของกระบวนการนี้คือการใช้สารกึ่งตัวนำที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมเพื่อปล่อยประจุไฟฟ้า ซึ่งเป็นอนุภาคที่ถูกชาร์จที่ขั้วลบ สิ่งนี้เป็นพื้นฐานของไฟฟ้า สารกึ่งตัวนำที่ใช้กันมากที่สุดในเซลล์แสงอาทิตย์คือซิลิกอน ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่พบโดยทั่วไปในทราย เซลล์แสงอาทิตย์ทุกชิ้นมีสารกึ่งตัวนำดังกล่าว 2 ชั้น ชั้นหนึ่งถูกชาร์จที่ขั้วบวก อีกชั้นหนึ่งถูกชาร์จที่ขั้วลบ เมื่อแสงส่องมายังสารกึ่งตัวนำ สนามไฟฟ้าที่แล่นผ่านส่วนที่ 2 ชั้นนี้ตัดกันทำให้ไฟฟ้าลื่นไหล ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าสลับ ยิ่งแสงส่องแรงมากเท่าใด ไฟฟ้าก็ลื่นไหลมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นระบบเซลล์แสงอาทิตย์จึงไม่ต้องการแสงอาทิตย์ที่สว่างในการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ยังผลิตไฟฟ้าในวันเมฆมากได้ด้วยเนื่องจากผลิตไฟฟ้าได้สัดส่วนกับความหนาแน่นของเมฆ นอกจากนี้ วันที่มีเมฆน้อยยังผลิตพลังงานได้สูงขึ้นกว่าวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสปราศจากเมฆ เนื่องจากแสงอาทิตย์สะท้อนมาจากเมฆเป็นเรื่องปกติในปัจจุบันที่จะใช้เซลล์แสงอาทิตย์ขนาดเล็กมากให้พลังงานให้กับอุปกรณ์ขนาดเล็ก เช่น เครื่องคิดเลข นอกจากนี้เซลล์แสงอาทิตย์ยังใช้เพื่อผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ที่ไม่มีสายส่งไฟฟ้า เราได้พัฒนาตู้เย็นที่เรียกว่าความเย็นจากแสงอาทิตย์ (Solar Chill) ที่สามารถปฏิบัติงานโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ หลังจากทดสอบแล้วจะถูกนำไปใช้ในองค์กรสิทธิมนุษยชนเพื่อช่วยให้บริการวัคซีนในพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้า และจะถูกนำไปใช้โดยผู้ที่ไม่ต้องการพึ่งพาสายส่งไฟฟ้าเพื่อรักษาความเย็นของอาหาร นอกจากนี้เซลล์แสงอาทิตย์ยังสามารถผลิตพลังงานสูงสุดให้กับอาคารในวันอากาศร้อนในฤดูร้อนเมื่อระบบปรับอากาศต้องใช้พลังงานมากที่สุด

เทคนิคของธุรกิจในการสร้างบ้านพลังงานในปะหยัดมากยิ่งขึ้น

14-34518

เชื่อหรือไม่ว่า บ้านที่คุณอยู่ปัจจุบันก็สามารถแปลงสภาพให้เป็นบ้านประหยัดพลังงานได้เหมือน กัน ลองสังเกตแต่ละมุมของบ้านจาก 6 เทคนิคต่อไปนี้ แล้วปรับเปลี่ยน ปรับปรุงในมุมที่ไม่เวิร์กเสียใหม่ตามคำแนะนำที่ว่าไว้ เท่านี้บ้านทั้งหลังของคุณก็จะกลายเป็นบ้านพลังงานหารสองที่สมบูรณ์อย่างแน่ นอน ติดฉนวนกันความร้อนบนฝาเพดาน ก่อนเริ่มติดตั้งควรตรวจสอบบริเวณที่จะติดตั้ง เช่น ชนิด การรับน้ำหนักของฝ้าเพดาน เพื่อจะได้สามารถเลือกฉนวนกันความร้อนได้อย่างเหมาะสมกับสถานที่และการใช้ งาน ซึ่งแบบของฉนวนนั้นควรที่มีความหนาไม่น้อยกว่า 3 นิ้ว ปรับปรุงโถงบันไดที่ค่อนข้างมืด และไม่ระบายอากาศ ด้วยแสงสว่างและลมจากธรรมชาติ โดยเปลี่ยนวัสดุมุงหลังคา หรือแผ่นฝ้าให้เป็นวัสดุโปร่งแสงในจุดที่ต้องการความสว่าง โดยกำหนดให้มีขนาดพอเหมาะ ส่วนการระบายอากาศนั้นก็ให้พยายามเปิดหน้าต่าง ให้สามารถระบายได้อย่างต่อเองผ่านโถงบันไดเท่าที่ทำได้

อย่าต่อเติมบ้านจนไม่มีทางให้ลมเข้าออก โดย เฉพาะพื้นที่ชั้นล่างที่ต้องพยายามออกแบบให้ทุกส่วนของมีทางให้ลมเข้าและออก ได้อย่างต่อเนื่อง จึงจะช่วยลดการสะสมความร้อนภายในบ้าน และได้รับแสงธรมชาติ อันเป็นหนทางประหยัดพลังงานอีกทางหนึ่ง ในห้องที่มีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ควรเลือกใช้หน้าต่างแบบบ้านเลื่อน และประตูแบบบานทึบแทน เพราะจะช่วยปิดกันความร้อนและความชื้นจากภายนอกได้ดีกว่า หน้าต่างหรือประตูที่มีลักษณะเป็นบานแกล็ด ทำให้เครื่องปรับอากาศไม่ต้องทำงานหนักมากเกินไป เลือกตำแหน่งการวางคอมเพรสเซอร์แอร์เอาไว้ในที่ที่โดนแดดน้อยที่สุด เช่น บริเวณผนังด้านทิศเหนือ หรือทิศตะวันออก หรือตั้งไว้ในพื้นที่ร่มและโล่ง เพื่อจะได้ดูแลรักษาได้ง่าย รวมทั้งไม่วางของแกะกะบริเวณช่องลมกลับเวลาเปิดใช้งานเครื่องปรับอากาศ เพื่อให้เครื่องปรับอากาศสามารภทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัด พลังงานนั่นเอง เวลาเปิดเครื่องปรับอากาศแต่ละครั้ง อย่าลืมตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 25 องศาเซลเซียส และหากต้องการความเย็นไปตลอดทั้งคืนที่นอน แถมยังประหยัดไฟล่ะก็ ให้เปิดพัดลมทิ้งไว้ด้วย และตั้งปิดเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติไว้สักประมาณตีหนึ่ง หรือตีสอง โดยพัดลมที่เปิดทิ้งไว้จะช่วยให้ความเย็นยังคงหมุนเวียนอยู่ในห้อง ทำให้คุณเย็นสบายได้ถึงเช้าเชียวล่ะ ด้วยเทคนิคนี้ คุณก็จะกลายเป็นอีกหนึ่งคนที่ช่วยประเทศชาติประหยัดพลังงาน แต่เหนือประโยชน์อื่นใดก็คือ คุณได้ช่วยเซฟกระเป๋าเงินตัวเอง ไม่ให้รั่วไหลไปกับค่าไฟที่บานเบอะในแต่ละเดือนนั่นเอง

ปัจจุบันเริ่มหันมาให้ความสนใจกับธุรกิจการออกแบบบ้านประหยัดพลังงานมากขึ้น


บ้านนับเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัย 4 ที่ทุกคนต่างให้ความสำคัญ แต่ยิ่งไปกว่านั้นพลังงานก็ถือเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

หากพูดถึงการใช้พลังงานภายในบ้านอาจมาจาก 3 กรณีหลัก คือ การใช้เครื่องปรับอากาศระบบแสงสว่าง รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ ซึ่งการออกแบบบ้านประหยัดพลังงานทำให้นึกถึงบ้านทรงไทยในอดีต เพราะสมัยก่อนไม่มีไฟฟ้าใช้และต้องอาศัยธรรมชาติสภาพแวดล้อม มาช่วยทำให้บ้านเย็นสบาย ด้วยหลักวิธีการออกแบบที่มีระเบียงเปิดโล่งมีใต้ถุนเปิดโล่งรับลม และมีส่วนที่ช่วยบดบังแดดในบางจุด ให้ความร่มรื่นเย็นสบายได้ตลอดทั้งปี ในปัจจุบันการปลูกบ้านจะใช้วัสดุการก่อสร้างที่เป็นอิฐ ปูน มากกว่าไม้ รูปทรงโมเดิร์นมีความเป็นสมัยใหม่ตามยุคบ้านทรงไทยที่สวยและมีดีไซน์เป็น เอกลักษณ์ค่อย ๆ ลดจำนวนลงเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไปเทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต ที่รีบเร่งของคนปัจจุบัน การสร้างบ้านอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาทดแทนไม้ที่หายากและมีราคาแพง

แต่การออกแบบในปัจจุบันผู้ออกแบบหรือสถาปนิกหลายคนได้นำเอาหลักแนวความคิด บ้านทรงไทยในอดีตมาประยุกต์ใช้กับการออกแบบเพื่อให้เกิดการประหยัดพลังงาน แต่แฝงไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นไทยอยู่บ้างโดยคำนึงถึงหลักการประหยัด พลังงานทั่วไป เช่น การดูสภาพแวดล้อมการดูทิศทางลม ทิศทางแดด รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยให้ประหยัดพลังงาน ไม่ว่าจะเป็น อิฐมวลเบา ฉนวนกันความร้อน กระจกเขียวตัดแสง

ปัจจุบันตลาดบ้านประหยัดพลังงานนั้นมีหลาย ๆ บริษัท เริ่มหันมาให้ความสนใจกับการออกแบบบ้านประหยัดพลังงานมากขึ้น บางบริษัทออกแบบบ้านใหม่เฉพาะกลุ่มสำหรับผู้ที่สนใจบ้านประหยัดพลังงาน แต่เนื่องจากธุรกิจรับสร้างบ้านบางบริษัทเพิ่งเข้ามาทำการตลาดบ้านประหยัดพลังงาน จึงยังไม่ได้มีการเก็บข้อมูลไว้อย่างชัดเจน แต่เมื่อดูจากปัญหาพลังงานที่มีมากขึ้นและพลังงานมีราคาสูงขึ้น ส่งผลให้ความต้องการของลูกค้ามีมากขึ้น คาดว่าตลาดบ้านประหยัดพลังงานน่าจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต ที่ผ่านมาบ้านประหยัดพลังงาน เข้าถึงประชาชนได้เฉพาะกลุ่มเท่านั้น เนื่องจากขาดการประชาสัมพันธ์ที่มากพอ และยังมีความเข้าใจในเรื่องของบ้านและการเลือกใช้วัสดุไม่เพียงพอ คิดว่าการสร้างบ้านประหยัดพลังงานนั้นมีต้นทุนสูง โดยเฉพาะผู้ประกอบการเองก็ยังมีความเข้าใจในเรื่องของบ้านประหยัดพลังงานยังไม่ดีพอเช่นกัน ตั้งแต่การออกแบบบ้าน การวางฟังก์ชั่นภายในบ้านการกำหนดวางตัวอาคารให้เหมาะสมกับทิศ รวมทั้งการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม

 

ธุรกิจรับสร้างบ้าน ในแบบบ้านพลังงานแสงอาทิตย์ ต้นแบบที่อยู่อาศัยแห่งอนาคต

image002

ปัจจุบันสภาพภูมิอากาศในบ้านเรานับวันยิ่งแปรปรวนขึ้นแทบทุกวันและปัญหาที่หนัก สุดสำหรับคนไทย ก็คืออากาศที่ร้อนและร้อนมาก ดังนั้นจึงทำให้แต่ละคนจำเป็นต้องพึ่งพาเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภททำความเย็น อย่างเครื่องปรับอากาศ ซึ่งกลายเป็นปัจจัยสำคัญกับการทำกิจวัตรประจำวันในที่พักอาศัยและอาคารสถาน ที่ต่าง ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แต่ความสบายของมนุษย์กำลังกลายเป็นสิ่งที่ทำลายสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัวเรา ตราบใดที่มีอัตราการขยายตัวของการใช้เครื่องปรับอากาศก็เท่ากับเพิ่มจำนวน ของการทำลายชั้นบรรยากาศของโลกให้ร้อนขึ้นไปอีก

ปัจจุบันนี้สภาวะความตื่นตัวของการช่วยกันประหยัดพลังงานหรืออนุรักษ์พลังงานในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้สิ่งแวดล้อมของโลกเสื่อมโทรมน้อยลง และช่วยประหยัดทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้น เริ่มเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางมากขึ้น เช่นเดียวกันกับคนรัก บ้าน ที่กำลังคิดจะสร้างบ้านค่ะ หลาย ๆ คนก็เริ่มที่จะใส่ใจในรายละเอียดเพื่อช่วยให้เราสามารถประหยัดพลังงานที่จะต้องสิ้นเปลืองภายในบ้านเรากันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเลือกใช้วัสดุสร้างบ้าน หรือแม้แต่การคิดค้นหาวิธีที่จะปรับรูปแบบการใช้ชีวิตภายในบ้านให้เหมาะสมกับการช่วยลดการใช้พลังงานสิ้นเปลือง

บ้านพักอาศัยเป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานของมนุษย์ แต่บ้านหลายหลังถูกสร้างโดยลืมนึกถึงสภาพภูมิอากาศที่บ้านตั้งอยู่ ใช้วัสดุไม่เหมาะสม รวมถึงการอยู่อาศัยอย่างไม่สอดคล้องกับเมืองร้อน ทำให้ต้องปรับอากาศภาพในบ้าน ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานและทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น หนทางที่จะลดการใช้พลังงานในบ้านพักอาศัย คือ ปรับวิถีชีวิต พฤติกรรม และบ้านเรือนให้สามารถอยู่อาศัยได้สบาย โดยมีการใช้พลังงานน้อยที่สุด หรือหากต้องใช้พลังงาน ก็ใช้อย่างมีประโยชน์ มีประสิทธิภาพมากที่สุด ทั้งสองแนวทางนั้น ควรทำควบคู่กันไป

ความหมายของบ้านประหยัดพลังงานจริง ๆ แล้วคืออะไร บ้านประหยัดพลังงาน ก็คือ บ้านที่ใช้พลังงานน้อย โดยที่ยังคงสามารถรักษาและควบคุมสภาวะน่าสบายตลอดจนคุณภาพชีวิตภายในบ้านไว้ได้อย่างดียิ่ง คือครบถ้วนทั้งการอยู่อาศัย อยู่สบาย และประหยัดพลังงานนั่นเองน่ะนะคะ ทั้งนี้ การสร้างหรือปรับปรุงบ้านให้เป็นบ้านประหยัดพลังงานนั้น สามารถทำได้สองวิธีใหญ่ ๆ ก็คือ
1. ปรับปรุงในส่วนของตัวบ้านเอง เช่น การเลือกใช้วัสดุสร้างบ้านที่ช่วยให้มีการใช้พลังงานสิ้นเปลืองในบ้านน้อยลง การป้องกันสภาวะอันไม่น่าสบายภายนอกบ้านให้เข้าสู่ภายในบ้านให้น้อยที่สุด เป็นต้น
2. ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมนอกตัวบ้าน เช่น การปลูกต้นไม้ ทำสวน หรือการปรับปรุงภูมิทัศน์ที่จะช่วยเพิ่มความอยู่สบายให้กับผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน เป็นต้น

 

กระตุ้นผู้ประกอบการสำหรับออกแบบบ้านประหยัดพลังงานเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

พลังงงานทางเลือกนี้โดยทั่วไปอาจจะมองว่าเป็นเรื่องไม่จำเป็นที่ต้องทำ

เพราะพลังงานไฟฟ้า แก๊ส หรือน้ำมัน มีให้บริการอยู่ทั่วไป และตัวอย่างชุมชนที่มีการใช้พลังงานทางเลือกเป็นเพราะไฟฟ้าเข้าไปไม่ถึง หรือไม่สามารถซื้อแก๊สมาใช้ได้สะดวกนักเนื่องจากอยู่ห่างไกลจากชุมชน แต่ในอนาคตน้ำมันและแก๊สปิโตเลียมจะต้องหมดไป และโรงงานผลิตไฟฟ้าก็อาจจะไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้เพียงพอกับประชากรที่เพิ่มมากขึ้น ลองวางแผนล่วงหน้าไว้ก็ไม่เสียหลาย สำหรับอาคารและบ้านอยู่อาศัยอนุรักษ์พลังงาน เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยรณรงค์ส่งเสริมผู้ประกอบการบ้านจัดสรรให้เห็นความสำคัญและจัดทำบ้านจัดสรรอนุรักษ์พลังงาน พร้อมกระตุ้นจิตสำนึกให้แก่ผู้บริโภคในการเลือกซื้อบ้านจัดสรรที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์พลังงาน

แนวความคิดการออกแบบบ้านประหยัดพลังงาน

1. การพิจารณาเลือกระบบที่มาใช้ภายในอาคาร คือการเลือกสรรวัสดุที่มีค่ากักเก็บความร้อนและความชื้นน้อย เช่น วัสดุผิวมัน วัสดุที่มีน้ำหนักเบาไป พร้อมกับการเลือกใช้เครื่องเรือนเท่าที่จำเป็นและเลือกใช้ชนิดที่มีน้ำหนักเบาและไม่ดูดความชื้นด้านอุปกรณ์ควรใช้ที่มีประสิทธภาพสูงและใช้พลังงานน้อย
2. อาคารที่พึงปรารถนา โดยตัวบ้านที่ออกแบบตามแนวคิดข้างต้นก็ยังไม่สามารถควบคุมสภาวะแวดล้อมภายในได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศ แต่การออกแบบบ้านตามแนวคิดดังกล่าวก็จะใช้เครื่องปรับอากาศเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
3. การเลือกใช้ตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับที่ตั้งอาคาร คือการใช้ตัวแปรต่างๆที่เกี่ยวข้องกับที่ตั้งอาคารเพื่อทำให้สภาพแวดล้อมของบ้านเย็นลงกว่าเดิม
4. การเลือกที่ตั้งและทิศทางของอาคาร คือการสร้างสรรค์สภาพแดวล้อมให้เย็นเพื่อลดความแตกต่างระหว่างอุณหภูมิภายใน และภายนอก ซึ่งก็คือให้ตัวบ้านสามารถสกัดกั้นความร้อนจากภายนอกได้มากที่สุด ซึ่งรวมถึงการออกแบบช่องเปิดและการควบคุมการรั่วซึมของอากาศ
5. การพิจารณาออกแบบและเลือกระบบเปลือกอาคาร คือการเลือกระบบผนังที่สามารถป้องกันความร้อนและความชื้นได้ดี เพราะวัสดุแต่ละชนิดที่ใช้เมื่อนำมาวิเคราะห์แล้วจะพบว่ามีความแตกต่างกันมาก

การใช้พลังงานทางเลือกจากพลังงานแสงอาทิตย์ ลม น้ำ และแก๊สชีวภาพ

โดยมีแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านมีกังหันลมตั้งในบ้านสำหรับเก็บพลังงานไว้ในแบตเตอร์รี่เพื่อใช้เป็นพลังงานไฟฟ้าภายในบ้าน ในหมู่บ้านที่มีทุ่งโซลาร์เซลล์และทุ่งกังหันลมของชุมชนที่จะแจกจ่ายไฟฟ้าให้คนในหมู่บ้านของตนเอง ซึ่งจะมีพลังไฟฟ้าพอที่จะใช้เปิดเครื่องปรับอากาศได้ พลังงานจากลมสำหรับชุมชนเมืองอาจจะใช้ได้ไม่เต็มที่หรืออาจจะใช้ไม่ได้ เพราะอาคารบ้านเรือนบังกระแสลมและไม่สามารถหมุนใบพัดได้ ส่วนพลังน้ำจะใช้ได้กับแม่น้ำที่ไหลแรงหน่อย ถ้าเป็นในบ้านที่สามารถใช้พลังงานลมและน้ำได้ ตัวกังหันน้ำและกังหันลมสามารถสูบน้ำขั้นมาใช้ในการเกษตรได้และปั่นไฟเก็บไว้ในแบตเตอร์รี่ได้ ส่วนแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาก็เก็บไฟฟ้าไว้ในแบตเตอรี่เช่นกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่คนทั่วไปทราบกันอยู่แล้ว

คุณสมบัติของผู้เป็นเจ้าของธุรกิจ

คุณมีลักษณะบุคลิกภาพที่เหมาะกับการดำเนินธุรกิจของตนเองอย่างประสบความสำเร็จหรือไม่ การเริ่มต้นทำธุรกิจต้องอาศัยไฟปรารถนาในการเป็นเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จภายในตัวคุณ ซึ่งไม่มีในทุกคน คุณจะทราบได้อย่างไรว่าคุณมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจของคุณเองๆ ได้ เราไม่มีทางทราบได้อย่างแน่นอน แต่สังเกตว่าผู้ที่พร้อมที่จะเริ่มต้นธุรกิจของตนเองมักจะมีบางสิ่งที่เหมือนกันทั้งในพื้นฐานด้านอารมณ์ความคิดและด้านครอบครัว คุณไม่จำเป็นต้องมีคุณสมบัติครบทั้ง 7 ประการในการเป็นผู้เป็นเจ้าของธุรกิจที่ดีได้ แต่ถ้ามีครบก็ไม่เสียหายอะไร โดยทั่วไป ยิ่งคุณมีคุณลักษณะที่ตรงกับคุณสมบัติเหล่านี้มากเท่าใด คุณก็จะยิ่งใกล้ที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจเองมากขึ้นเท่านั้น

1.คุณเป็นบุคคลจำพวกที่ไม่สามารถทำงานให้ผู้อื่นได้ ผมไม่ได้หมายถึงในแง่ลบ ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าของธุรกิจเองมักจะมีพ่อแม่ที่มีกิจการงานเป็นของตนเอง การหางานทำตามบริษัทง่ายกว่าการเริ่มต้นธุรกิจของตนอง คนที่เป็นเจ้าของธุรกิจเองมักจะมีตัวอย่างโดยตรงจากพ่อแม่ของตน

2.คุณเป็นลูกจ้างที่ไม่เอาไหน ไม่จำเป็นต้องพูดหวานกับคุณในเรื่องนี้ ผู้ที่ทำกิจการของตนเองมักจะถูกไล่ออกหรือลาออกจากงานมากกว่าหนึ่งครั้ง ผมไม่ได้หมายถึงกรณีที่คุณถูกปลดออกเพราะไม่มีงานให้ทำหรือถูกย้ายไปในตำแหน่งที่ให้เงินเดือนสูงกว่า แต่ผมหมายถึงว่า คุณถูกแจ้งให้ออกจากงานหรือคุณชิงลาออกก่อนที่จะถูกไล่ออก เปรียบเสมือนหนึ่งว่าตลาดแรงงานได้แจ้งให้คุณทราบว่าผู้ที่สามารถกระตุ้นให้แรงบันดาลใจและสามารถจัดการคุณได้ก็คือตัวคุณเองเท่านั้น

3.คุณเห็นว่า “ความมั่นคงทางการงาน” มีความหมายหลายประการ ผมมีความรู้สึกอิจฉาคนที่ผมรู้จักที่ทำงานให้กับนายจ้างคนเดียวนานถึง 25 หรือ 30 ปี รู้สึกมีความมั่นคงอย่างเหลือเชื่อ แต่จะมีคนที่คุณรู้จักจำนวนสักเท่าใดที่สามารถอยู่บริษัทเดียวได้นานขนาดนั้น ในโลกของเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ความมั่นคงทางการงานก็หายไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน

4.คุณไปได้ไกลจนถึงที่สุดแล้ว แล้วก็ไม่สามารถไปได้ไกลกว่านั้นได้อีก บางครั้งแรงกระตุ้นในการเริ่มต้นธุรกิจอาจเกิดจากคุณถึงจุดสูงสุด แล้วคุณได้มองรอบๆ ก่อนพูดกับตนเองว่า “ทำอะไรต่อไปดีล่ะ” การประสบกับความสำเร็จเป็นสิ่งที่น่ายินดี แต่การเกษียณก่อนเวลาอันควรอาจทำให้คนที่มีไฟแรงเป็นบ้าได้

5.คุณได้ทำการวิจัยตลาดมาเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่คุณจะพูดกับผมถึงแนวคิดธุรกิจอันยิ่งใหญ่ของคุณ คุณจะต้องใช้เวลาตรวจสอบว่าสินค้าหรือบริการของคุณสามารถขายได้ ผู้ที่เคยประสบกับการขาดทุนในธุรกิจอินเทอร์เน็ตสามารถยืนยันกับคุณได้ว่า คำว่า “ยอดเยี่ยม” ไม่จำเป็นต้องหมายถึง “กำไร” อย่าเสียเวลาทำกิจการใดๆ หากคุณไม่ทราบว่าทำแล้วจะมีลูกค้ามาซื้อหรือไม่

6.คุณจะต้องได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวของคุณ การเริ่มต้นทำธุรกิจเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดความเครียด การพยายามทำด้วยตัวเองโดยไม่ได้รับการสนับสนุนจากคู่สมรส หรือการสนับสนุนจากสมาชิกครอบครัวหรือเพื่อนที่สำคัญอาจเป็นเรื่องที่ไม่อาจทนทานได้

7.คุณทราบดีว่า คุณไม่สามารถทำงานด้วยตัวคนเดียวได้ คุณอาจเก่งในเรื่องการส่งเสริมการขาย หรืออาจชอบที่จะดูแลเรื่องระบบการเงินของบริษัท คุณอาจเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองเพราะคุณมีความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ หรือมีความรู้ความเชี่ยวชาญในการผลิตสินค้าเพื่อจำหน่าย

ปัจจัยสู่ความสำเร็จของ ธุรกิจเสื้อผ้า

หลายคนคิดที่มีธุรกิจเป็นของตนเอง และในปัจจุบันธุรกิจที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆนั้นน่าจะเป็นธุรกิจเกี่ยวกับแฟชั่น และเสื้อผ้า ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากจากสาวๆ แต่การจะทำให้ธุรกิจเสื้อผ้าประสบความสำเร็จนั้นก็ต้องมีปัจจัยหลายๆด้านเข้ามาเกี่ยวข้อง และวันนี้เราก็มีข้อมูลทางด้านนี้มานำเสนอกันค่ะ

1. ทำเล หากคุณเปิดหน้าร้านขายเสื้อผ้า มันจำเป็นอย่างยิ่งที่ร้านคุณต้องอยู่ในทำเลที่ถูกต้อง ไม่ใช่ไปอยู่กลางตลาดสด หรือป้ายรถเมล์ที่มีคนเดินเยอะๆ ถึงแม้ว่าสถานที่เหล่านี้ จะมีผู้คนเดินพลุกพล่าน แต่มันไม่เหมาะกับธุรกิจเสื้อผ้า ฉะนั้นจงไปเปิดในตลาดนัด ย่านการค้า หรือห้างสรรพสินค้าจะดีกว่า

ถ้าจะขายแบบ Online ก็ควรจะไปอยู่ใน Website แบบ Marketplace ที่คนดูเยอะหน่อย ไม่ใช่ Website ที่ไม่มีใครรู้จัก แต่ถ้าอยากจะสร้าง Brand ของตัวเองเป็นเรื่องเป็นราว ก็ควรจะสร้าง Website เอง เริ่มได้ด้วยการเช่า Host จด Domain

2. การสร้าง Brand ค่าแรงการผลิตสินค้าในประเทศไทย นับวันมีแต่จะแข่งขันไม่ได้ ฉะนั้นถ้าไม่มีการสร้าง Brand ให้กับเสื้อผ้าของคุณ แน่นอนว่าไม่มีทางอยู่รอดได้ในระยะยาว เรียกได้ว่า เตรียมตัวเจ๊งเลยทีเดียว

Brand อาจจะไม่ได้หมายความถึง แค่ตราสินค้าเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงความรู้สึกที่ลูกค้าได้รับ และความรู้สึกที่คนรอบข้างมองเมื่อลูกค้าใช้ ฉะนั้นจงจับจุดเด่นที่สินค้ามี เพื่อคนที่ซื้อไป รู้สึกว่าแตกต่างจากเจ้าอื่น

3. การโฆษณาประชาสัมพันธ์ ธุรกิจเสื้อผ้า เป็นสินค้าแฟชั่น ถ้าไม่มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ก็ยากที่จะผลักดันสินค้าไปให้กับลูกค้าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำธุรกิจเสื้อผ้าบน Internet การโฆษณาประชาสัมพันธ์จะช่วยเพิ่มยอดขายให้อย่างมหาศาล